Make your own free website on Tripod.com

* * * * * * * ใบบัวบก * * * * * * *


( GOTU KOLA )




ใบบัวบก(GOTU KOLA)
Engligh Version

หลายท่านคงรู้จักพืชชนิดนี้เป็นอย่างดี ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าคนไทยบริโภคพืชชนิดนี้กันมานาน ใบบัวบก หรือ Gotu Kola มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Centella asiatica พบมากในประเทศแถบยุโรป เรื่อยมาจนถึงแถบแอฟริกาใต้ อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา มีประวัติการใช้ประโยชน์ในทางยามานาน พบว่าส่วนสำคัญที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ส่วนของใบและราก
เมื่อเอ่ยถึงบัวบกมักจะนึกถึง คนอกหักที่มีความรู้สึกช้ำลึกๆอยู่ในใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สงสัยและค้างคาใจตลอดว่าบัวบกมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างรเมื่อได้มาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และถามผู้มีความรู้เรื่องบัวบกพบว่านอกจากจะรับประทานสดๆตาม ความนิยมของผักพื้นบ้านแล้ว ยังมีสรรพคุณในทางยาอีกด้วย และสิ่งหนึ่งที่คิดว่าทุกคนต้องจำได้พูดกันติดปากคือ รับประทานบัวบกแก้ช้ำใน
ซึ่งมาทราบในภายหลังว่าเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของคนในสมัยโบราณที่พูดเปรียบเปรยให้คนได้รับรู้ และสามารถจำสรรพคุณเด่นๆของบัวบกได้ง่าย ถือว่าเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ให้คนสนใจมารับประทานบัวบกซึ่งเป็นผักที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น และสามารถนำองค์ความรู้ของภูมิปัญญาดั้งเดิมเหล่านั้นมาใช้ได้ ถึงแม้ว่าบางครั้งความนิยมจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาก็ตาม
บัวบกเป็นพืชในวงศ์ Umbelliferae มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Centella asiatica (Linn.) Urban ชื่อสามัญ gotu kola ชื่อภาษาอังกฤษ Asiatic Pennywort และชื่อพื้นเมืองมีหลายชื่อเช่นผักแว่น(ใต้) ผักหนอก (เหนือ) บะหนะเอขาเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพืชล้มลุก วึ่งในเขตร้อนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีถือเป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่มีอายุหลายปีปลูกง่ายเลื้อยยาวไปตามพื้นดินแตกรากตามข้อใบเดี่ยวออกเป็นกระจุก ตามข้อใบเป็นรูปไต ขอบใบหยัก ก้านยาวดอกเดี่ยว หรือ เป็นช่อเล็กๆ ประมาณ ๓–๔ ดอก ผลแบน บัวบกชอบในพื้นที่ชื้นแต่ไม่แฉะมากหรือน้ำท่วมขัง โดยมากจะขึ้นตามใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือท้องร่องในสวน และตามคันนา ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด หรือตัดแยกไหลที่มีต้นอ่อนและรากนำไปปลูกในที่มีแสงแดดพอควรก็จะเจริญเติบโตได้ดี


การใช้ประโยชน์จากบัวบกเป็นยาอาหารและอื่นๆ
เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยนิยมรับประทานกันสดๆ จะเป็นเครื่องเคียงกับส้มตำ ซุบหน่อไม้ หรือกับน้ำพริก หมี่กรอบ และก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ก็จะช่วยเพิ่ม รสชาติและคุณค่าทางอาหารให้มากขึ้นน้ำคั้นจากใบบัวบกที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป โดยเฉพาะแถวเยาวราชซึ่งเป็นแหล่งขายของดั้งเดิมมากมายในตำราไทยได้ระบุว่า บัวบกมีสรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า ขับปัสสาวะ โดยเฉพาะแก้ช้ำในอันเนื่องมาจากโดนกระแทก หรือตกจากที่สูง มีอาการเจ็บภายในลำตัว เชื่อว่าบัวบกช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ทำให้เลือดมีการไหลเวียนได้มากขึ้น ซิธีใช้ที่ทำได้ง่ายคือ ใบบัวบก ๑ กำมือ หรือ ๑ แก้ว นำใบบัวบกใส่แก้วพอแน่น ตำหรือปั่นให้ละเอียด เติมน้ำ ๑ แก้ว คนให้เข้ากันแล้วกรองเอาแต่น้ำเติมน้ำตาลหรือเกลือ รับประทานครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร อาจใช้เวลา ๓–วัน แต่อย่ารับประทานติดต่อกันระยะเวลานานหรือปริมาณมากจนเกินไป เพราะฤทธิ์ความเย็นของบัวบก อาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้ ส่วนกากที่เหลือยังนำมาพอกแผลรอยฟกช้ำได้อีกด้วย แต่ ดร. เที่ยง บูรณธรรม ได้เขียนสรรพคุณบัวบกไว้ใน “พจนานุกรมสมุนไพรไทย” ว่าบัวบกรับประทานสดๆจะได้ผลดีกว่าน้ำใบบัวบกเพราะสามารถแก้ช้ำในได้มากกว่า
นอกจากนั้นแล้วคนไทยยังนิยม รับประทานบัวบกเป็นยาอายุวัฒนะและแก้ปัญหาฤทธิ์เย็นของยาโดยการผสมพริกไทย ๑ ส่วนและผงใบบัวบก ๒ ส่วน รับประทานครั้งละครึ่งช้อนชาก่อนนอน แลมีคำกล่าวตามตำราว่า “รับประทาน ๑ เดือน โรคร้ายหานสิ้นมีปัญญา รับประทาน ๒ เดือน บริบูรณ์น่ารัก มีเสน่ห์ รับประทาน ๓ เดือน ริดสีดวงสิบจำพวกหายสิ้น รับประทาน ๔ เดือนลมสิบจำพวกหายหมด รับประทาน ๕ เดือนโรคร้ายในกายทุเลา รับประทาน ๖ เดือนไม่รู้จักเมื่อยขบ รับประทาน ๗ เดือน ผิวกายจะสวยงาม รับประทาน ๘ เดือน ร่างกายสมบูรณ์เสียงเพราะ”
จะเห็นได้ว่าผู้แต่งตำราเขาบรรยายสรรพคุณต่างๆ เสียเลิศเลอเพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนหันมากินบัวบกกับพริกไทยเป็นยาอายุวัฒนะและคนไทย ยังมีความเชื่อว่าบัวบกช่วยเพิ่มความจำด้วย อาจจะเป็นไปได้เพราะบัวบกช่วยการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มพลังงานแก่เซลล์ (Bio-energizing) จึงทำให้ความจำดีขึ้น และท่านที่มีผู้สูงอายุความจำเลอะเลือนก็น่าจะลองดูสูตรยาบำรุงแบบไทยสูตรนี้ เพราะสามารถทำได้ง่าย แต่อย่าตากใบบัวบกในเวลามีแดดจัด เพราะทำให้สารบางตัวระเหยไป
ส่วนในทางเครื่องสำอางก็ถือว่าบัวบกเป็น MAgic herb หรือเป็นสมุนไพรมหัศจรรย์ทีเดียวเพราะมีสรรพคุณเพิ่มพลังงานแก่เซลล์ (Bio-energizing) กระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin อันจะช่วยรักษาแผลและรอยเหี่ยวย่น ลดการอักเสบ สาวที่กลัวแก่เกินวัยก็ลองใช้น้ำคั้นจากใบบัวบกทาหน้า หรือแพคหน้า (คือเอาผ้าก๊อซหรือสำลีชุบน้ำคั้น ใบบัวบกแล้วทิ้งไว้สักครู่) ทำเป็นประจำใช้แทนโลชั่นบำรุงผิว ทั้งยังเชื่อว่าใบบัวบกช่วยลดอาการหน้ามัน หรือแม้แต่อาการบวมแดงเป็นปื้น (orange peel-like) น้ำคั้นจากใบบัวบกก็ใช้ได้เช่นกัน ยังมีรายงานว่าสารสกัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เอธานอล มีฤทธิ์ กระตุ้นการงอกของผมในคนศรีษะล้าน โดยใช้น้ำคั้นจากใบบัวบกทาตรงที่ล้านบ่อยๆ
ส่วนในตลาดต่างประเทศนั้นก็มีการนำมารับประทานเป็นยาและ อาหารหรือประโยชน์อื่นๆ เช่นใน พม่ามียำบัวบก มาเลเซียผสมใบบัวบกในสลัดผัก นอกจากนั้นคนจีนเชื่อว่า บัวบกช่วยลดอาการกระหายน้ำ บำรุงกำลัง แก้ช้ำใน และเเมื่อมีการกล่าวถึงสรรพคุณของบัวบกกันมากๆความสงสัยต่างๆก็ต้อง ตามมาเมื่อปีคริสตศักราช ๑๙๗๕ มีนักวิจัยทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย Brigham Young ในอเมริกาได้ทำวิจัยโดยผสมบัวบกเข้ากับโสมและพืชในตระกูลพริกไทย ทดลองทำในหนู และผลปรากฏว่าพืชธรรมดาๆอย่างบัวบก บ้านเรากลับมีผลต่อพฤติกรรม ของสัตว์ที่มึนงง และเครียด ทำให้บริษัทสมุนไพร ใหญ่ๆ ในอเมริกาพากันผลิตสารสกัดเพื่อพลังงาน (energy tonic ) จากบัวบกออกมามากมาย ส่วนในฝรั่งเศสก็เคยมีครีมในบัวบกชื่อ Madacasic cream เข้ามาขายในประเทศไทย ครีมนี้มีส่วนผสมตัวยาที่สกัดจากบัวบกซึ่งมาจากเกาะมาดากาสก้า สรรพคุณของยา ใช้ทาแก้ฟกช้ำและใส่แผลเปื่อยทั่วไป แต่ยานี้ไม่ได้รับความนิยมในตลาดเมืองไทยเท่าที่ควร ในที่สุดได้หายไปจากท้องตลาดในเวลาอันรวดเร็ว


ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลในการศึกษาวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์นั้น ได้มีรายงานไว้มากมายทั้งการศึกษาทางเคมี ทางเภสัชวิทยาและทั้งด้านพิษวิทยา ซึ่งข้อมูลด้านเคมีพอจะสรุปได้ว่า “สารเคมีที่พบในบัวบกมีหลายกลุ่มแต่กลุ่มที่ค่อนข้างมีความสำคัญและเป็นที่สนใจของบรรดานักวิทยาศาสตร์เป็นสารในกลุ่มเทอร์ปีนอยด์ (terpenoids) โดยเ)พาะอย่างยิ่งพวกไตรเทอร์ปีน (triterpenes) ซึ่งอยู่ในรูปของกลัยโคไซด์ เช่น เอเซียติโคไซด์ (asiaticoside ) บราห์โมไซด์ (brahmoside) บราห์มิโนไซด์ (bramminoside) เป็นต้น
จากรายงานการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของบัวบก พบฤทธิ์ที่น่าสนใจหลายประการเช่น ใช้ในการสมานแผล แก้บิด ต้านไวรัส รักษาโรคเรื้อน ฆ่าแมลง ยับยั้งการอักเสบ กระตุ้นการงอกของผม แก้ปวด คลายกล้ามเนื้อเรียบ มีฤทธิ์ต่อประสาทช่วยเพิ่มความจำ ต้านมะเร็งและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ในขณะเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะมีรายงานการวิจัยบัวบกที่มีสรรพคุณบำบัดโรคและอาการต่างๆได้อย่างมากมายก็ตามแต่ยังมีรายงานว่าผงบัวบกแห้งทำให้เกิดอาการแพ้และอักเสบ เมื่อสัมผัสผิวหนัง นอกจากนั้นน้ำคั้นจากบัวบกที่พบสารต่างๆยังเป็นพิษต่อเซลล์ และการก่อกลายพันธุ์ ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายงานในการใช้กับสัตว์ทดลองที่ให้ในปริมาณสูงก็ตามและการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆควรวต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย


ประโยชน์การใช้จากใบบัวบก (Gotu Kola)
ใบบัวบกได้ถูกนำมาใช้บำบัดอาการที่เกี่ยวข้องกับสมองมาเป็นเวลานาน และให้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือจนได้ชื่อเรียกว่า "อาหารสมอง" เพราะคนสมัยก่อนเชื่อว่าการรับประทานจะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองให้กับสมอง และได้ผลดีทั้งในแง่ของการรักษาส่วนของสมองที่ถูกทำลายแล้วให้ดีขึ้น และยังป้องกันไม่ให้สมองที่เป็นปกติอยู่ถูกทำลายหรือเสื่อมลง
นอกจากนี้ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการลดความเครียดจากการทำงานหนัก ปรับปรุงระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ (Reflex Reaction) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวเรา เพิ่มความสามารถในการทำงาน ทั้งในแง่ของกำลังกาย และกำลังสมอง ควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมัน ช่วยชะลอความแก่ หรือช่วยป้องกันร่างกายด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย
ปัจจุบันใบบัวบก (Goto Kola) ถือว่าเป็นสมุนไพรยอดนิยมของชาวตะวันตก ในเรื่องของประสิทธิภาพการผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของความทรงจำได้เป็นอย่างดี จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาเพื่อค้นหาสารสำคัญ หรือหาสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใบบัวบก ทำให้เราค้นพบว่า ใบบัวบกจะให้สารไกลโคไซด์ (Glycosides) หลายชนิดที่ให้ผลต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Antioxidation) ซึ่งส่งผลให้การลดความเสื่อมของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ นอกจากนี้ยังพบว่าสารไกลโคไซด์ที่ได้จากใบบัวบกยังส่งผลในการช่วงเร่งการสร้างสารคอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นโครงสร้างของผิวจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น


สรรพคุณของใบบัวบก (Gotu Kola)
เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่รู้จักกันป็นอย่างดีเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อ ชูขึ้น 3-5 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-5 ซม. ขอบใบหยัก ก้านใบยาว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกไดใบสด - ใช้เป็นยาภายนอกรักษาแผลเปื่อย แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดยใช้ใบสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำละเอียด คั้นเอาน้ำทาบริเวณแผลบ่อย ๆ ใช้กากพอกด้วยก็ได้ แผลจะสนิทและเกิดแผลเป็นชนิดนูน น้อยลง สารที่ออกฤทธิ์คือ กรด madecassic, กรด asiatic และ asiaticoside ซึ่งช่วยสมานแผลและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนองและลดการอักเสบ มีรายงานการค้นพบฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา อันเป็นสาเหตุของโรคกลาก ปัจจุบัน มีการพัฒนายาเตรียมชนิดครีม ให้ทารักษาแผลอักเสบจากการผ่าตัด น้ำต้มใบสดดื่มลดไข้ รักษาโรคปากเปื่อย ปากเหม็น เจ็บคอ ร้อนใน กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย


ผู้ที่อยู่ในภาวะที่ควรรับประทานใบบัวบก (Gotu Kola)

  1. ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความจำเสื่อม (Alzbeimers Disease) ได้แก่ ผู้สูงอายุ สตรีวัยทอง
  2. ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานที่ต้องใช้สมองอย่างมาก และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำ
  3. ผู้ที่มีความเครียดสูงจากการทำงานหนัก
  4. ผู้ที่มีความผิดปกติทางผิวหนัง และกล้ามเนื้อโดยมีอาการฟกช้ำ และผิวหนังอักเสบ
  5. ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เพราะช่วยเร่งการสมานแผลให้เร็วยิ่งขึ้น